GRAEME SOUNESS ชายผู้ปฏิเสธ คันโตน่า และ ชไมเคิล!!!!

GRAEME JAMES SOUNESS

ชีวิตหลังแขวนสตั๊ดของแกรม เจมส์ ซูเนสส์ GRAEME SOUNESS

ซูเนสส์ (GRAEME SOUNESS ) อำลาจากสโมสร ลิเวอร์พูล ในปี 1984
และตบเท้าเข้าร่วมทัพ ซามโดเรีย ด้วยค่าตัว 650,000 (ประมาณ 35.5 ล้านบาท)
ผลงานของ ซูเนสส์ กับต้นสังกัดใหม่ก็คือการพาทีมได้แชมป์ โคปา อิตาเลีย
ด้วยการเอาชนะ เอซี มิลาน 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศ
และทำให้ซามโดเรียคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

GRAEME SOUNESS


ซูเนสส์ GRAEME SOUNESS ย้ายออกจากสโมสร ซามโดเรีย ในปี 1986
และตัดสินใจรับหน้าที่ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม
ให้กับ กลาสโกว์ แรนเจอร์ส เขาลงสนามไป 50 เกมในลีก
ก่อนที่เขาจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 1991 ด้วยวัย 38 ปี

หลังจากที่เขาแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้ผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสร กลาสโกว์ แรนเจอร์ส, ลิเวอร์พูล, เซาท์แฮมป์ตัน, เบนฟิก้า,
กาลาตาซาราย, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ซูเนสส์กลับแอนฟิลด์อีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมที่ 2 ในชีวิตในปี 1991
และถูกวิเคราะห์ว่าเป็นกุนซือที่ทำให้ลิเวอร์พูลซึ่งกำลังยิ่งใหญ่ต้องพบความตกต่ำ
จนถึงทุกวันนี้ ยอมรับซูเนสส์ว่ามีส่วนที่ทำให้คู่แค้นตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แซงเป็นทีมเบอร์ 1 ของเกาะอังกฤษ เพราะซูเนสส์เป็นคนที่ไม่เซ็นสัญญาซื้อเอริก คันโตน่า
แนวรุกกัปตันทีม และปีเตอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตู จนทั้งคู่กลายเป็นตำนาน
ที่พา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นยอดทีมที่มีแฟนบอลติดตามทั่วโลกในเวลาต่อมา

GRAEME SOUNESS
GRAEME SOUNESS


ซูเนสส์ซึ่งรับหน้าที่กุนซือลิเวอร์พูลปี 1991 ทีมที่เป็นแชมป์ลีกสูงสุดในอังกฤษในตอนนั้น
18 สมัย แทนเคนนี่ ดัลกริช ยอดผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลที่หนีทีมด้วยการลาออก
เพราะทนความกดดันจากหลายเรื่องไม่ไหว
ซูเนสส์ ได้ออกมาเขียนในชีวประวัติส่วนตัวในช่วงหลังว่า สิ่งที่ทำให้เขาไม่สามารถรักษา
รากฐานอันยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล เอาไว้ได้ ก็เนื่องจากบรรดาแกนหลักกว่าครึ่ง
อยู่ในช่วงปลายอาชีพการค้าแข้ง ไม่ว่าจะเป็น เอียน รัช, จอห์น บาร์นส์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์,
สตีฟ แม็คมาน, เรย์ เฮาจ์ตั้น, แยน โมลบี้, รอนนี่ วีแลน, สตีฟ นิโคล
และ บรูซ กร็อบเบล่าร์ ซึ่งทั้งหมด อายุต่างเกินหลัก 3 หมดแล้ว

ในปี 1992-93 ซูเนสส์ ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ ด้วยการขาย ดีน ซอนเดอร์ส
ซึ่งถือเป็นหัวใจของทีมออกไปให้กับแอสตัน วิลล่า และในเวลาต่อมา ซอนเดอร์ส
ก็กลายเป็นคีย์แมนของ “สิงห์ผงาด” จนเกือบจะพาทีมคว้าแชมป์ลีก อีกด้วย
ขณะที่อีกหนึ่งสตาร์อย่าง เอียน รัช ก็ฟอร์มตกอย่างหนักในซีซั่นดังกล่าว
โดยยิงไปเพียง 11 ลูก ส่งผลให้ “หงส์แดง” วนเวียนอยู่ครึ่งล่างของตารางตลอดฤดูกาลนั้น

ซูเนสส์ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ในแบบที่ไม่มีความประทับใจใดๆ
ฝากไว้ให้กับแฟนบอลแม้แต่น้อย ถึงแม้เจ้าตัวจะหยิบโทรฟี่เอฟเอ คัพ ในปี 1992
มาประดับบารมี และปลุกปั้นแข้งดาวรุ่งอย่าง สตีฟ แม็คมานามาน, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
และ เจมี่ เร้ดแน็ปป์ ให้กลายเป็นสตาร์ในเวลาต่อมาก็ตาม
แต่กลับไม่มีใครมองว่า ซูเนสส์ เป็นผู้ให้โอกาสสามผู้เล่นดังกล่าวเลย

ปัจจุบัน ซูเนสส์ ยังทำหน้าที่เป็นผู้สันทัดกรณี
ให้กับ อาร์ทีอี, อีเอสพีเอ็น,
สกาย สปอร์ตส์ และ อัล จาซีร่า สปอร์ตส์

WEPLAYBALLS ข่าวกีฬาทันปัจุบัน ทันทุกเหตุการณ์
สามารถดูบอลสตรีม ได้ที่ DUBALLSTREAM

433 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *