Bob Paisley กุนซือผู้รับช่วงต่อจาก บิลล์ แชรงคลี

Bob Paisley

Bob Paisley

บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley )


โรเบิร์ต “บ๊อบ” เพสลีย์ ( Robert Bob Paisley ) ชื่อนี้ยังอยู่ในความทรงจำ
ของชาวลิเวอร์พูลมาโดยตลอด อดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมฟุตบอลแห่งเกาะอังกฤษ
คนที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงยุค 70-80 บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley )
หรือ โรเบิร์ต “บ๊อบ” เพสลีย์ เกิดเมื่อ 23 มกราคม ค.ส. 1919 ที่เมือง เดอรัม ประเทศอังกฤษ

บ๊อบ เพสลีย์ เป็นเด็กชายคนหนึ่งในเกาะอังกฤษที่หลงรักในฟุตบอล
แต่ด้วยความที่บ้านเขายากจนก็ไม่สามารถหยุดความฝันของเขาได้ เขาได้ขอให้ลุงของ
เขาเอา กระเพาะหมู มาจากโรงฆ่าวัตว์ที่ลุงเขาทำงานอยู่ เอามาเป่าลมให้พองเหมือนลูกฟุตบอล
บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley ) ได้ฝึกเตะ กระเพาะหมู จนเก่งกาจในหมู่เพื่อนๆ
เขาจึงได้เล่นให้กับทีมโรงเรียน แล้วโชคชะตาได้พาเขาได้เซ็นสัญญากับทีมวูฟส์แฮมตัน

Bob Paisley
Robert Bob Paisley


ตอนเขาอายุ13ปี โชคชะตาก็เล่นตลกกับเขา เพราะเขามีขนาดตัวที่เล็กกว่าเพื่อน
จึงต้องออกจากทีมไป ซ้ำเศร้าต่อที่สองเมื่อเขาอายุได้ 14 เขาต้องออกจากโรงเรียน
เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระของที่บ้าน เมื่อพ่อของเขาได้เกิดอุบัติเหตุทำให้ไม่สามารถทำงาน
ต่อในเหมืองได้อีก บ๊อบ เพสลีย์ ได้ตัดสินใจออกมาทำงานแทนพ่อของเขา จนกระทั้ง
เขาได้มีโอกาศไปเตะฟุตบอลให้กับทีมเยาวชนชอง บิช็อป ออคแลนด์ เป็นทีมนอกลีก
แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของเขาเป็นอย่างดีจนทีมอคาเดมีของซันเดอร์แลนด์ ได้เรียกเขา
ไปทดสอบฝีเท้าแต่เขาก็ยังเจอปัญหาเดิม คือ ตัวเขาเล็กเกินไป มันเลยทำให้ บ๊อบ เพสลีย์
คิดว่าเขาคงไม่เหมาะที่จะเล่นฟุตบอลในระดับที่สูงกว่านี้ได้ บ็อบ จึงกลับมาเซ็นสัญญา
กับทีมบิช็อป ออคแลนด์ โดยเขาเล่นในตำแหน่ง ฮาล์ฟซ้าย

บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley )แสดงฝีเท้าการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ตอนที่เล่นให้กับ บิช็อป ออคแลนด์
เขาและทีมได้พากันคว้าแชมป์ในฤดูการปี 1938-1939 ทำให้ ซันเดอร์แลนด์ ทีมที่เขารัก
ในวัยเด็กเริ่มเห็นแววของเขา เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเขาอีกครั้งโดยที่ เขาได้รับปาก
กับ จอร์จ คีย์ ผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ตอนนั้นว่า จะมาร่วมทีมอยู่กับ ลิเวอร์พูลด้วย
คำมั่นสัญญาของเขานั้น เขานั่งรถไฟจากนิวคาสเซิล มาเซ็นสัญญาร่วมทีมกับ ลิเวอร์พูล
ในวันที่ 8 พฤษภาคม 1939

บ๊อบ ไม่หวั่นแม้จะมีสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่แล้วเหมือนฝันร้ายจะเกิดกับเขาอีกครั้งเมื่อ บ๊อบ เพสลีย์ เข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูล
ได้ไม่นานสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ได้เกิดขึ้น บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley )เป็นหนึ่งในชายชาติอังกฤษ
ที่ต้องไปรับใช้ขาติ แต่ก็เป็นอุปสรรคอยู่ไม่น้อยเขาพยามออกมาจากค่ายทหารทุกครั้ง
ที่ลิเวอร์พูลมีการเตะทุกครั้ง จนวันที่ บ๊อบ เพสลีย์ ต้องโดนคำสั่งย้ายไปประจำการ
อยู่ต่างประเทศทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล เป็นระยะเวลาถึง 4 ปี
จนสงครามโลกครั้งที่สองนั้นได้จบลง

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ได้จบลงไม่นาน บ๊อบ เพสลีย์ ได้กลับมาเล่นให้กับลิเวอร์พูล
ได้อย่างเป็นทางการจริงๆอีกครั้ง วันที่ 5 มกราคม 1946
ลิเวอร์พูลได้ลงเตะ
กับทีมเชสเตอร์ ในเกม เอฟ เอ คัพ วันนั้น ลิเวอร์พูลได้ปิดเกมเอาชนะไปได้ 2-0
เป็นชัยชนะครั้งแรกหลังจบสงคราม

แต่ใช่ว่าการลงเล่นให้ลิเวอร์พูลของเขานั้นจะเรียบหรูไปหมด ในฤดูกาลปี 1949-1950
ลิเวอร์พูลได้เข้าชิงชนะเลิศถ้วย เอฟ เอ คัพ ที่ต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แต่ก็มีเรื่องที่เหมือนฟ้าผ่าลงมาที่กลางใจเขาก็คือ บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley )ถูกตัดชื่อออก
ไม่ได้ไปเตะในรอบชิง เอฟ เอ คัพ เขารู้สึกเสียใจและผิดหวังเป็นอย่างมาก
ถึงขนาดเก็บไปคิดมากจนมีความคิดที่อยากจะย้ายทีมออกจากลิเวอร์พูล
แต่ก็ยังโชคดีที่ อัลเบิร์ต สตับบินส์ ได้เข้ามาพูดปลอบใจ
และห้ามไม่ให้ บ๊อบ เพสลีย์ ย้ายออกจากทีมไป

บ๊อบ เพสลีย์ พูดเกี่ยวกับความรู้สึกตอนนั้นของเขาว่า

“ จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังผิดหวัง เมื่อคิดถึงมัน มันไม่ใช่แค่เราแพ้ 2-0
แต่เพราะผมสูญเสียตำแหน่งของผมไป เมื่อผู้คนพูดคุยกันถึงวันที่เลวร้ายที่สุดของพวกเขา
สำหรับผมมันคือวันนี้เลย ผมอ่านหนังสือพิมพ์ว่า ผมจะไม่ได้ลงเล่น
และมันเหมือนโลกถล่มลงตรงหน้าผม…”


“…ขอบคุณที่ผมมองโลกในแง่ดี ผมพบว่ามันสอนบทเรียนให้แก่ผม นั่นเป็นครั้งเดียว
ที่ผมถูกเมินจากลิเวอร์พูล ผมต้องมีชีวิตต่อไป ภาวนาทุกวันไม่ให้ตัวเองพูดอะไรออกไป
ก็ผมไม่ได้ต้องการย้ายทีมจริงๆ ”

ในฤดูกาลปี 1950-1951 บ๊อบ เพสลีย์ ( Bob Paisley) ได้เล่นถึง 41 เกมลีก แต่โชคร้ายที่
จอร์จ คีย์ ต้องลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมในเดือนกุมภาพันธ์ 1951
เพราะปัญหาสุขภาพ ดอน เวลส์ รับหน้าที่แทน จากนั้นก็เหมือนเป็นฝันร้ายของลิเวอร์พูล
ก็คือ ลิเวอร์พูลต้องหล่นไปอยู่ดิวิชัน 2 อีกครั้งหลังสิ้นฤดูกาล 1953-1954
โดยได้อันดับสุดท้ายด้วยคะแนนเพียงแค่ 28 คะแนน แต่ที่น่ามหัศจรรย์ คือ
ทีมกลับทำประตูได้ถึง 68 ประตูในเกมลีก มากกว่าทีมที่ได้อันดับ 10 เสียอีก
บ็อบ เพสลีย์อายุ 35 ปี และไม่ได้อยู่ในแผนทำทีมในฤดูกาลถัดไป ทำให้เขาคิดหนัก
ว่าจะกลับไปทำงานช่างปูนดีหรือไม่ หากเขาต้องกลับไปทำงานเป็นช่างปูน
มันคงเป็นความรู้สึกที่ย่ำแย่พอสมควร แล้วด้วยความที่ บ๊อบ เพสลีย์ นั้นก็ได้มีอายุมากขึ้น
อยู่แล้วยิ่งไม่ดีแน่หากเขาไปทำงานเป็นช่างปูน

จุดเปลี่ยนของโชคชะตา บ๊อบ เพสลีย์
Bob Paisley

แต่แล้วโชคชะตาไม่ได้กำหนดให้เขาต้องไปเป็นช่างปูน!!! บอร์ดบริหารของ ลิเวอร์พูล
ได้เสนองานให้เขา โดยให้เขามาทำงานเป็นโค้ชให้กับ ทีมลิเวอร์พูล ซึ่งแน่นอน
เขาได้ตอบรับงานนั้นทันทีและเขาก็ทำหน้าที่นั้นได้ดีด้วย เขามีความรู้หลายด้าน
รวมไปทั้งสิ่งที่เขาถนัดน้อยลงมาจากฟุตบอลก็คือ กายภาพบำบัด เขาใช้กายภาพบำบัด
ในการรักษาอาการบาดเจ็บของนักกีฬาทุกคน ซึ่งแน่นอนมันเป็น
สิ่งที่ทุกคนพอใจกับ บ๊อบ เพสลีย์ เป็นอย่างมาก

Bob Paisley


ในปี 1971 บ็อบ เพสลี่ย์ ( Bob Paisley )ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม และอีก 3 ปีต่อมา
บ็อบ กลายเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่ บิลล์ แชงคลี อย่างไม่ทันตั้งตัว
เมื่อ บิลล์ แชงคลี ลาออก บิลล์ แชงคลี ได้แนะนำให้บอร์ดบริหารว่า
“ ทางเดียวที่จะสานงานต่อไป คือแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่จากคนในสโมสร ”
ในตอนนั้น บ็อบ เพสลี่ย์ อายุ 55 ปี อยู่กับลิเวอร์พูลมาแล้ว 35 ปีถ้าสโมสร
จะแต่งตั้งจากคนใน ตัวเขาคงหนีหน้าที่นี้ไม่พ้นแน่นอน

อ่านเรื่องราวของ
William Bill Shankly ผู้วางรากฐานความสำเร็จของ LIVERPOOL
คลิกเพื่ออ่าน


บ๊อบ เพสลีย์ กลัวการทำงานตำแหน่งนี้เป็นอย่างมากเพราะ บ็อบไม่เหมือนกับ บิลล์ แชงคลี
สักอย่าง บิลล์ แชงคลี เป็นคนเสียงดัง ที่เต็มไปด้วยออร่า ทุกคนเคารพยำเกรง
ขณะที่บ๊อบ เพสลีย์ เป็นคนเงียบ พูดเบาไม่ค่อยกล้าแสดงออก เมื่อต้องพูดต่อหน้า
คนหมู่มาก สื่อสารไม่ดี แต่เมื่อเขาพูดแล้ว ความหนักแน่นไม่เป็นรอง บิลล์ แชงคลีแม้แต่น้อย

มีประโยคของ บ็อบ เพสลี่ย์ ได้กล่าวไว้ เมื่อเขาได้รับตำแหน่ง เขาพูดว่า
“ ผมจะให้ผลงานของทีมในสนามพูดแทนผม ”

หลังจากที่ บ๊อบ เพสลีย์ ได้เข้ารับตำแหน่งฤดูกาลแรก ที่เขาได้เข้ามาในตำแหน่งผู้จัดการทีม
ในปี 1974-1975 เขาไม่ได้พาทีมลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จอะไรเลย แต่นั้นเป็นแค่ฤดูกาลเดียว
จากทั้งหมด 9 ฤดูกาล บ๊อบ เพสลีย์ เอาตัวเองที่รู้จักทีมของเขา ดีพอรู้ถึงจุดอ่อน
ของ ลิเวอร์พูล เขาจึงไม่กลัวที่จะต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างให้กับทีมที่เขารักเป็นอย่างมาก

อย่างนักเตะบางคนก็ต้องถึงเวลาที่จะต้องโยกย้ายกันบ้างแล้ว บ๊อบ เพสลีย์
ได้ซื้อตัวฟิล นีล มาในปี 1974 เพื่อแทนที่ อเล็ค ลินเซย์ จากนั้นนักเตะใหม่ๆก็เริ่ม
เข้ามามากขึ้นทีมของ บิลล์ แชงคลี เช่น เทอร์รี่ แม็คเดอร์ม็อตต์ , จิมมี่ เคส, เรย์ เคนเนดี้
จนทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีก และแชมป์ยูฟ่า คัพ ในฤดูกาลปี 1975-1976
และประสบความสำเร็จต่อเนื่องในฤดูกาล 1976-1977 ที่คว้าแชมป์ลีก
และแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรลิเวอร์พูล

แต่เขาไม่ได้พาทีมคว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพ ซึ่งบ๊อบ เพสลีย์ บอกว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย
เป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ บ๊อบ เพสลีย์ ทำนั้นเขาเป็นคนแรกที่พาลิเวอร์พูลได้แชมป์ ยูฟ่า คัพ
และ ยูโรเปี้ยนคัพ ได้ถึง 2ฤดูกาลติดกัน

จากนั้น บ๊อบ เพสลีย์ และ ประธาน จอห์น สมิธ ได้แอบขับรถขึ้นไปทางเหนือ
แล้วทั้งสองได้ใช้ชื่อปลอมในการจองโรงแรม เพื่อไปเซ็นสัญญาที่เขาว่ากันว่าเป็นสัญญาที่ดี
ที่สุดในโลกของลิเวอร์พูล ก็คือเขาได้ซื้อตัว เคนนี ดัลกริช
ด้วยค่าตัวที่สูงที่สุดของอังกฤษในยุคนั้นคือ 400,000 ปอนด์

บ๊อบ เพสลีย์ ได้ซื้อตัว ซื้อตัว อลัน แฮนเซ่น กองหลังอนาคตไกลชาวสก็อต
ในเดือนพฤษภาคม 1977 และเดือนมกราคม 1978 แกรม ซูเนสส์ ก็ถูกซื้อมาจากมิดเดิ้ลสโบรห์
ทำให้สามประสานชาวสก็อตพร้อมจะเป็นแกนหลักให้แก่ทีมของเพสลี่ย์ในยุค 80
ซึ่งบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของ บ๊อบ เพสลีย์ Bob Paisley ที่มองไปในอนาคตเพียงอย่างเดียว
ทั้งที่ทีมเพิ่งคว้าแชมป์ลีกและแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ในฤดูกาลก่อน แต่บ๊อบ เพสลีย์
ก็กล้าเปลี่ยนแปลงทีมเพื่ออนาคต ซึ่งความพยายามของเพสลี่ย์ก็บรรลุผล
เมื่อ แกรม ซูเนสส์ ใช้อกพักบอลที่หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ เคนนี่ ดัลกลิช
หลุดไปชิพข้ามตัวผู้รักษาประตู เอฟซี บรู๊กซ์ เป็นประตูชัย 1-0
ช่วยให้ลิเวอร์พูลรักษาแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 1978 ไว้ได้

อ่านเรื่องราวของ
อลัน แฮนเซ่น โคตรเซนเตอร์ของยุค บ็อบ เพรชลี่ย์
คลิกเพื่ออ่าน

อ่านเรื่องราวของ แกรม ซูเนสส์ คลิกเพื่ออ่าน

ในฤดูกาลปี 1978-1979 บ๊อบ เพสลีย์ พาทีมทำสถิติสุดโหด แข่ง 42 นัด ชนะ 30 เสมอ 8
แพ้ 4 ประตูได้ 85 ประตูเสีย 16 แต้ม 68 คะแนน (ระบบชนะได้ 2 คะแนน)
และยังรักษาแชมป์ลีกไว้ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1979-1980
แต่แล้วก็มีฤดูกาลที่ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยประสบความสำเร็จคือฤดูกาล 1980-1981
แต่ก็ยังดีที่ยังคว้าแชมป์ ลีก คัพ มาได้เป็นสมัยแรกมาได้

ในฤดูกาล 1981-1982 ผู้รักษาประตูคนใหม่ บรู๊ซ กร็อบเบลล่าร์ ก็ทำความผิดพลาด
อย่างบ่อยครั้งทำให้ผลงานของ ลิเวอร์พูล ค่อนข้างสะดุดนิดหน่อย โดยคะแนนหล่นไป
อยู่อันดับที่ 12 ห่างจากจ่าฝูง 11 คะแนน บ๊อบ เพสลีย์ จึงได้ทำการเปลี่ยนแผนสลับตัวผู้เล่น
และตั้งแกรม ซูเนสส์ เป็นกัปตันทีมคนใหม่แทนที่ ฟิล ธอมป์สัน ผลปรากฎว่าหงส์แดง
เดินหน้าคว้าชัยชนะ 20 นัดจาก 25 นัดที่เหลือเข้าป้ายแชมป์ลีกไปจนได้
และยังคว้าแชมป์ลีก คัพ เป็นสมัยที่ 2 เมื่อชนะสเปอร์ 3-1

และฤดูกาลสุดท้ายของ บ๊อบ เพสลีย์ 1982/1983 เขาได้พาทีมคว้าแชมป์ลีก
แบบว่าพูดได้คำเดียวว่าสุดยอดยังน้อยไปเพราะเขาพาทีมไปคว้าแชมป์ลีก
แบบม้วนเดียวจบปิดเกมส์รับด้วยตัวเอง แล้วต่อด้วย แชมป์ลีก คัพ เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
หลังจากจบเกมส์ที่เอาชนะ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 แกรม ซูเนสส์และลูกทีม
ได้ขอให้ บ๊อบ เพสลีย์ ขึ้นไปรับถ้วยด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกใน เวมบลี่ย์
ที่ผู้จัดการทีมได้รับเกียรติเช่นนี้

บ๊อบ เพสลีย์ เขาเป็นคนที่สามารถควบคุมทีมได้เป็นอย่างดี จากการที่เขามองดูนักเตะตัวเอง
ก็จะประเมินแล้วว่าอาการเป็นยังไงบาดเจ็บหรือไม่ แล้วเขายังมีอาวุธเด็ดที่ใช้ในการควบคุมทีม
ก็คือ จิตวิทยาของเขาที่ใช้กับทีมได้อย่างดีเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นการแจก “ทอฟฟี่”
ให้แก่ กอร์ดอน สตรั๊คคั่น ของอเบอร์ดีน ในยูโรเปี้ยนคัพ 1981, การยั่ว เอียน รัช ให้พิสูจน์ตัวเอง,
การสั่งให้ลูกทีมยืนขึ้น ห้ามนั่งลงกับพื้นสนาม ระหว่างรอการเตะในช่วงต่อเวลา นัดชิงชนะเลิศ
ลีกคัพ 1982 กับสเปอร์, การสั่งให้ เดวิด แฟร์คลัฟ ยอดตัวสำรอง วิ่งวอร์มอยู่ข้างสนาม
เพื่อขู่ฝ่ายตรงข้าม, ต่างๆนานา ซึ่ง เอียน รัช เคยพูดว่า ไม่เคยพบใครที่มีความรู้ด้านฟุตบอล
และจิตวิทยาเท่ากับบ็อบ เพสลี่ย์ มาก่อน

Bob Paisley กับโรคที่ไม่คาดคิด

หลังจากเขาวางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีม เขาได้รับตำแหน่งบอร์ดบริหารและที่ปรึกษา
ของเคนนี่ ดัลกลิชในช่วงที่ คิง เคนนี่ รับตำแหน่งใหม่ๆ ทุกอย่างเป็นไปอย่างปกติ
จนกระทั่งวันหนึ่งในปี 1992 เมื่อเขาขับรถพร้อมกับ เจสสี่ย์ ภรรยาจากแอนฟิลด์เพื่อกลับบ้าน
เขาเอ่ยปากถามว่า
.
“ เรากำลังจะไปไหน? ”
.
เจสสี่ย์ คิดว่าบ๊อบ เพสลีย์ คงล้อเล่น จึงไม่ได้ฉุกคิดอะไร แต่ปรากฎว่าในวันต่อๆมา
บ๊อบ เพสลีย์ ถามคำถามเดิม รวมถึงถามแปลกๆว่า “ บ้านเราไปทางไหน ”
.
บางครั้งเขาขับรถออกนอกเส้นทาง และเมื่อเจสสี่ย์ถามว่าจะขับไปไหน
บ๊อบ เพสลีย์ตอบว่า “ ไม่รู้ ”

Bob Paisley


สิ่งที่ทำให้ช็อกโลกก็คือหลังจากที่เขาได้ไปพบหมอ หมอได้บอกกับบ๊อบ เพสลีย์ ว่า
เขามีอาการ โรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น เขาได้รับการดูแลอย่างดี บ๊อบ เพสลีย์ ลาออกจาก
ตำแหน่งบอร์ดบริหารของสโมสรในเดือนกุมภาพันธ์ 1992 สโมสรจึงจำยอมอนุมัติ
และมอบตำแหน่งสุดท้าย “รองประธานสโมสรตลอดชีพ” เพื่อตอบแทนคุณงามความดี
และเป็นเกียรติสูงสุดแก่ บ็อบ เพสลี่ย์

จนถึงปลายปี 1994 อาการของเขาทรุดหนักลงจนเกินกำลังของเจสสี่ย์และครอบครัว
ที่จะดูแลกันเองเพียงลำพัง จนในที่สุดวันที่ทุกคนไม่คาดคิดก็มาถึง
เมื่อบ็อบ ได้เสียชีวิตด้วยโรคอัลไซเมอร์ที่ป่วยมานานหลายปี ในวัย 77 ปี
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996

สามารถ ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ได้ที่นี่ DUBALLSTREAM

525 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *