ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ที่ทรงอิทธิพลที่สุด

ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล


ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ที่ทรงอิทธิพลของลิเวอร์พูล ทีมลิเวอร์พูล ถือว่าเป็นทีมที่รอแชมป์
และได้เเชมป์มามากมาย แต่ใครจะรู้ช่วงที่พีคที่สุดของลิเวอร์พูล
ใครบ้างที่เป็นคนทำให้ลิเวอร์พูล ถึงจุดสูงสุด จนกลายเป็นสุดยอดทีมในเกาะอังกฤษ
ในเวลานั้น เราไปเริ่มดูกันเลยดีกว่าครับ

ยุคเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ ลิเวอร์พูล

Bill Shankly

บิลล์ เเชงค์ลี่ย์ ได้เข้ามา ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ในปี 1959 – 1974
ก่อนจะวางรากฐานเริ่มความยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูล จากการพาลิเวอร์พูล เป็นเเชมป์ ดิวิชั่น 2
ในปี 1961/1962 และใช้เวลาเพียง 1 ปีเพื่อเป็นเเชมป์ ดิวิชั่น 1 ในปี 1963/1964
กับลิเวอร์พูล แชงก์ลีย์ ก็สร้างตำนานนักเตะไว้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น การซื้อนักเตะ
โนเนม อย่าง เควิน คีแกน ในราคา 35,000 ปอนด์ และโด่งดังเป็นพลุแตกในอีก 7 ปีต่อมา
และยังมีคนอื่นๆ อีกมากมาย
ที่มาจากสายตาที่เฉียบคมของ แชงก์ลีย์ แชงคลี่ย์ มีบุคลิกที่น่าเกรงขาม
ออกแนวบู๊ล้างผลาญพวกนักการเมือง การกระตุ้นลูกทีม จิตวิทยา ไม่มีใครเทียบได้
และได้สร้างเเชมป์มากมาย ให้กับ ลิเวอร์พูล
ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอคัพ 2 สมัย ในปี 1964/1965 และในปี 1973/1974
แชร์ริตี้ ชิลล์ 4 สมัย ในปี 1964,1965,1966 และปี 1974
ก่อนจะคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ในปี 1972/1973 และ
ได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำปี 1972/1973
ก่อนจะมอบส่งต่อความยิ่งใหญ่ให้กับ บ็อบ เพรสลี่ย์ ในเวลาต่อมา

อ่านเรื่องราวของ
William Bill Shankly ผู้วางรากฐานความสำเร็จของ LIVERPOOL
คลิกเพื่ออ่าน

Bob Paisley

ในปี 1974 หลังจาก บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ลาออก ก็ให้ บ๊อบ เพสลี่ย์
มือขวาของเขามารับช่วงต่อเป็น ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล
และบ๊อบใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
และในปีต่อมาเขาก็พาลิเวอร์พูลประกาศความยิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์
จากดิวิชั่น 1 และยูโรเปี้ยน คัพ มาครอง อีกทั้งยังคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพมาได้อีก 2 ครั้ง
ในปี 1981 และ 1984
รวมๆตลอด 9 ปีของการเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ตั้งเเต่ปี 1974-1983
บ็อบ เพสลีย์ นำทีมคว้าแชมป์ลีกดิวิชัน 1 (เดิม) 6 สมัย , ยูโรเปียนคัพ 3 สมัย ,
ยูฟ่าคัพ 1 สมัย , ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ 1 สมัย , แชริตีชีลด์ 6 สมัยและ
ลีกคัพ 3 สมัยโดยแชมป์รายการสุดท้ายของเพสลีย์คือลีกคัพเมื่อ ค.ศ. 1983
ก่อนที่บ็อบ เพสลีย์จะลาออกจากตำแหน่ง และให้โจ เฟแกน มาคุมทีมต่อ

อ่านเรื่องราวของ
Bob Paisley กุนซือผู้รับช่วงต่อจาก บิลล์ แชรงคลี
คลิกเพื่อ่าน

Joe Fagan

โจ เฟแกน ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2464 เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูลโดยกำเนิด
แต่เฟแกน ไม่เคยลงเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูลเพราะเขาไปลงเล่นกับสโมสร
อย่าง แมนเชสเตอร์ซิตี้ ในช่วง ค.ศ. 1938 – 1951
โดยเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ ฟุตบอลลีกดิวิชัน 2 (เดิม) ในฤดูกาล 1946/1947
และพาทีมขึ้นสู่ ฟุตบอลลีกดิวิชัน 1 (เดิม)
ก่อนจะแขวนสตั๊ดเมื่อ ค.ศ. 1955 เมื่ออายุได้ 34 ปี
หลังจากนั้นเขาได้เริ่มงานผู้ฝึกสอนกับทีมเล็ก ๆ 2 ทีมคือ เนลสัน และ รอชเดล
เฟแกนจึงได้เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนให้กับลิเวอร์พูลเมื่อ ค.ศ. 1958
หลังจากที่เป็นผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนให้กับทีมหงส์แดงนานถึง 13 ปี
เฟแกนได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมผู้ฝึกสอนให้กับทีมชุดใหญ่ของทีมลิเวอร์พูล
ในยุคที่ บิลล์ แชงคลี เป็นผู้จัดการทีมและกำลังวางรากฐานความยิ่งใหญ่ให้กับ ลิเวอร์พูล
ต่อมาเมื่อ ค.ศ. 1974 แชงคลี ได้วางมือจากการคุมทีมโดยมี บ๊อบ เพสลีย์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีม
ขึ้นมาคุมทีมแทนเฟแกนก็ยังคงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับทีมชุดใหญ่ร่วมกับ รอนนี มอรัน
ซึ่งเป็นลูกหม้อของทีมหงส์แดงตั้งแต่เป็นนักเตะ
กระทั่ง ค.ศ. 1979 เฟแกนได้ถูกเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้ช่วย ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เป็นมือขวาของเพสลีย์
เมื่อเพสลีย์ได้วางมือใน ค.ศ. 1983 โดยเฟแกนได้ขึ้นเป็นผู้จัดการทีมแทนและปีแรก
ของการคุมทีมเขาสามารถพาทีมหงส์แดงคว้าทริปเปิลแชมป์ได้สำเร็จ
คือ ฟุตบอลลีกดิวิชัน 1 (เดิม) , ยูโรเปียนคัพ และ ลีกคัพ แต่ในฤดูกาลต่อมา
หลังจากเกิด โศกนาฏกรรมเฮย์เซล เฟแกน ก็ประกาศวางมือ
และมี เคนนี แดลกลีช ขึ้นคุมทีมแทน
ก่อนที่โจ เฟแกนจะถึงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2001
ด้วย โรคมะเร็ง ขณะมีอายุได้ 80 ปี
สำหรับ ลิเวอร์พูล อย่างโจ เฟแกน สามารถพาทีมได้เเชมป์ ดังนี้
ฟุตบอลลีกดิวิชัน 1 (เดิม) (1) : 1983 – 84
ยูโรเปียนคัพ (1) : 1983 – 84
ลีกคัพ (1) : 1983 –84

ยุคตกต่ำของลิเวอร์พูล
โดย ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล

Gerard Houllier

ความล้มเหลวของ เเกรม ซูเนส ที่ปฎิเสธการที่จะซื้อตัวของ อิริก คันโตน่า และ ปีเตอร์ ชไมเคิล

อ่านเรื่องราวของ
GRAEME SOUNESS ชายผู้ปฏิเสธ คันโตน่า และ ชไมเคิล!!!!
ลิกเพื่ออ่าน

ทำให้ลิเวอร์พูลมาถึงยุคตกต่ำ ก่อนที่ปี 1998 อุลลิเย่ร์ ได้รับคำเชิญจากสโสรลิเวอร์พูล
ให้มาเป็น ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ร่วมกับรอย อีแวนส์ หลังจากนั้นอุลลิเย่ร์ จัดการปฏิวัติทีมแบบยกใหญ่
เริ่มจากโปรแกรมการฝึกซ้อมที่เข้มข้น จัดระเบียบวินัยนักเตะกันใหม่
เพื่อลบคำสบประมาทจากสื่อมวลชนซึ่งเรียกทีมชุดนี้ว่าสไปซ์ บอย
ปี 1999 อุลลิเย่ร์ จัดการแข้งหมดสภาพให้พ้นทีม ไม่ว่าจะเป็น พอล อินซ์, เดวิด เจมส์,
เจสัน แม็คเคเทียร์, ร็อบ โจนส์, โทนี่ วอร์เนอร์ และ สตีฟ ฮาร์คเนสส์
เช่นเดียวกับ สตีฟ แม็คมานาน ที่ตัดสินใจหนีไปอยู่กับเรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว
และทำการดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมถึง 8 ราย อย่าง ซามี่ ฮูเปีย, ดีทมาร์ ฮาร์มัน,
สเตฟาน ฮองโชซ์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, ซานเดอร์ เวสเตอร์เวลด์, ติตี้ กามาร่า, เอริก เมเยอร์
และ ฌิมี่ ตราโอเร่ จนปี 2000-2001 อุลลิเย่ พาทีมคว้า 3 แชมป์
(ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ)
อีกทั้งยังสามารถพาลิเวอร์พูล จบอันดับ 3 ในตารางพรีเมียร์ลีก
พร้อมกับจัดการนำทัพลิเวอร์พูล ชนะอริตลอดการอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแชริตี้ ชิลด์
ในซีซั่นถัดมา ตามด้วยเปิดฉากชนะบาเยิร์น คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ มาครอง

ก่อนที่ปี 2004 ลาออกจากต่ำแหน่งพร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายใน เพรสส์ คอนเฟเรนซ์ ว่า
“หากพวกเขาต้องการให้ผมนำทีมกลับไปให้เล่นเหมือนกับยุค 70-80
ก็จัดการกันตามสบยเถอะ เพราะมันไม่ใช่สไตล์ของผม”

รวมๆแล้ว อุลลิเย่ พาลิเวอร์พูลได้แชมป์ 7 แชมป์คือ
เอฟเอ คัพปี 2000-2001
ลีก คัพ ปี 2000-2001 , 2002-2003
คอมมูนิตี้ชิลด์ ปี 2001
ยูฟ่า คัพปี 2001-2001
ยูฟ่า คัพ ปี 2000-2001
ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ปี 2001


สามารถดูบอลสด ดูบอลไลน์
ได้ที่นี่ DUBALLSTREAM

439 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *