ความสำเร็จของ Rakuten เมื่อพนักงานถูกบังคับใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

ความสำเร็จของ Rakuten เมื่อพนักงานถูกบังคับใช

ความสำเร็จของ Rakuten เมื่อพนักงานถูกบังคับใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

ความสำเร็จของ Rakuten เมื่อพนักงานถูกบังคับใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

ความสำเร็จของ Rakuten เมื่อพนักงานถูกบังคับใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว
เรากำลังจะพูดถึงคือ ฮิโรชิ มิกิตานิ วัย 54 ปี
ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO แห่ง Rakuten บริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

hiroshi mikitani
hiroshi mikitani

ฮิโรชิ มิกิตานิ มีอายุน้อยกว่านักธุระกิจระดับลายครามส่วนใหญ่ที่มีอายุเฉลี่ยสูง 70-80 ปีขึ้นไปและในระดับท็อป 10 มิกิตานิ มีอายุน้อยที่สุด แต่รวยที่สุดเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ด้วยทรัพย์สินสูงถึง 6,000ล้านเหรียญสหรัฐด้วยความที่มีอายุไม่มากนัก อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง และกุมบังเหียนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัยทำให้มิกิตานิ มีแนวทางการบริหารที่ถึงคน สไตล์คนรุ่นใหม่ไฟแรงถึงกับได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้บริหารที่มีลีลาเชิงรุกและแข็งกร้าวมากที่สุดคนหนึ่ง

ฮิโรชิ มิกิตานิ hiroshi mikitani เกิดเมื่อปี 1963 ที่เมืองโกเบ แต่ใช้ชีวิตช่วงวัยเยาว์ที่สหรัฐ เนื่องจากผู้เป็นพ่อเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเยลอันลือชื่อ ซึ่ง มิกิตานิก็ตามรอยพ่อของเขาด้วยการจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮิโตะซึบาชิ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องวิชาเศรษฐศาสตร์และเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐ เมื่อปี 1991 มิกิตานิ เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจด้วยการร่วมงานกับธนาคารมิซุโฮ และอยู่ที่นั่นนาน 4 ปี ต่อมาเปิดบริษัทของตัวเองในชื่อ Crimson Group เมื่อถึงปี 1997 เขาสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับตัวเองและวงการไอทีแดนอาทิตย์อุทัย ด้วยการร่วมก่อตั้งบริษัท Rakuten ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายแรกๆ ของประเทศ

ความสำเร็จของ Rakuten
hiroshi mikitani

ในช่วงเวลานั้นการกระโจนเข้ามาจับธุรกิจอีคอมเมิร์ซนับเป็นการกระทำที่บ้าระห่ำพอดู เพราะในช่วงเวลานั้นมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นเพียง 7 ล้านคนเท่านั้น ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงอดปรามาสไม่ได้ว่า Rakuten คงไปไม่ถึงฝัน จนในวันนี้ Rakuten มีพนักงานถึง 14,826 คน ครอบคลุม 29 ประเทศ ด้วยรายได้เกือบ 141,8900 แสนล้านเยน แต่มิกิตานิ ไม่หยุดอยู่แค่นั้นเขาสยายปีกครอบคลุมธุรกิจสายอื่นๆ อีก การขยายกิจการครอบคลุมมิติต่างๆ ในโลกออนไลน์ของ มิกิตานิ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจในเชิงรุก จนหลายคนตั้งรับไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อยู่ใต้เงาของมิกิตานิ ไปเรียบร้อยแล้ว

หนึ่งในวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใครของชายคนนี้ก็คือ แผนการที่จะผลักดันให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางของบริษัท Rakuten ซึ่งเป็นแนวคิดที่บ้าระห่ำไม่แพ้ตอนที่ตั้ง Rakuten ใหม่ๆ เพราะเป็นที่รู้กันว่าบริษัทนี้ตั้งอยู่ในญี่ปุ่น อีกทั้งพนักงานส่วนใหญ่ยังเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความ “ไม่นิยม” ภาษาอังกฤษ และมีความเป็น “ชาตินิยม” สูง ผู้ที่มีปฏิกิริยาตอบโต้เป็นคนแรกกลับไม่ใช่พนักงานของบริษัท แต่กลับเป็น ทาคาโนบุ อิโตะ ผู้บริหารบริษัทฮอนด้าที่โจมตีว่าแผนการของมิกิตานิเป็นความคิดที่โง่มาก

แต่ ฮิโรชิ มิกิตานิ hiroshi mikitani กลับไม่ยี่หระ เพราะเขาเชื่อว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ความได้เปรียบของคนบางคนอีกต่อไป แต่นับจากนี้ทุกๆ คนจะต้องรู้จักใช้ความได้เปรียบของภาษาอังกฤษโดยถ้วนทั่วกัน

บริษัท Rakuten จึงใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารตั้งแต่เอกสารภายใน ภาษาในการประชุม ไปจนถึงเมนูอาหารในแคนทีน ตามนโยบาย Englishnization หรือ การทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก

แน่นอนว่าหลังจากมิกิตานิประกาศออกไป พนักงานหลายคนช็อคกับคำสั่งนี้

แต่หลังจากผ่านไป 8 ปี ที่ริเริ่มคำสั่งนี้ ปรากฎว่าพนักงานบริษัท Rakuten มีศักยภาพด้านภาษาดีขึ้นมาก นอกจากนี้บรรยากาศการทำงานยังมีความหลากหลายด้านเชื้อชาติมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือ มันช่วยให้บริษัทมีความได้เปรียบในยุคที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักของโลกไปแล้ว และญี่ปุ่นไม่ใช่มหาอำนาจอันดับต้นๆ ที่ผู้คนต้องต้องหันมาเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อติดต่อธุรกิจกันเหมือนทศวรรษที่ 80
ความสำเร็จของ Rakuten ในด้านภาษาอังกฤษ ยังกลายเป็นกรณีศึกษาให้กับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจชั้นนำของโลกหลายแห่ง แต่ที่ถือเป็นชัยชนะของมิกิตานิก็คือ บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นบางแห่งเริ่มใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางตามเขาบ้างแล้ว

สามารถติดตามข่าวบันเทิง ได้ที่นี่ PROPLAYBALL
เล่นกิจกรรมได้แล้วที่นี่ LINE : @PROPLAYBALL

ดูบอลออนไลน์ได้ที่ : www.duballstream.com
สามารถเช็คผลสกอร์บอลสดๆได้ที่ : www.livescoresod.com

161 total views, 1 views today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *